Chapter Text
“เมื่อมาถึงกลางกึ่งซึ่งชีวิต
ณ กลางป่ามืดมิด ข้าฯ ยืนเคว้ง
ไม่พบทางที่ควรเดินสุดวังเวง
แสนกลัวเกรงป่ามืดมนจนหนทาง”
ฉากเปิดเรื่อง, ดันเต้ อินแฟร์โน่
แปลโดยสรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์ https://readthecloud.co/inferno-tale-from-the-divine-comedy/
อันย่าวิ่ง
วิ่งแบบที่กล้ามเนื้อขนาดเท่ากำปั้นตัวเองด้านซ้ายแทบจะเต้นระบำได้ วิ่งแบบที่หน้าอกและขาอันเล็กจ้อยต่างร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด วิ่งแบบที่ฝ่าเท้าสองข้างจะพาไปเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
และวิ่งแบบที่เหยื่อหนีจากฆาตกรโรคจิตด้วย
อันย่ากัดฟัน ไอ้คนบ้านั่น— แม้กระทั่งตอนนี้ที่เด็กหญิงไม่ทราบอะไรนอกจากชื่อ ก็ยังรู้ว่าขืนโดนมันจับไป เธอได้ซี้แหงแก๋เหมือนเด็กหญิงคนอื่นๆที่โดนดองไว้แน่ แบบไม่ต้องสืบด้วย
ปัดโถ่เอ้ย การดองศพเอาไว้มันสวยอะไรหนักหนาฟร่ะ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!
และตอนนี้ อันย่าพลันสะดุดรากไม้จนล้มหน้าคว่ำกับพื้น เธอคืบคลานลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมวิ่งในขณะที่เสียงสวบสาบด้านหลังก็ทำให้ขนหลังคอของอันย่าลุกตั้งชัน เธอไม่ต้องไปมองด้วยซ้ำเพราะรู้ว่ามันมาถึงแล้ว
“ตุ๊กตาน้อยของฉันจะไปไหนเหรอ หืม∼” เสียงยานคางเอื่อยๆจองชายที่คล้ายคนข้ามเพศดังขึ้น ช่างชวนให้รู้สึกเหมือนฆาตกรหนังเกรดบีเลือดสาดสิ้นดี “อย่าหนีสิ ฉันจะทำให้เธอเป็นตุ๊กตาสวยๆเอง”
ตุ๊กตาสวยๆบ้านพ่*งเอ็งสิ! สองศพในนั้นอีกนิดหนอนจะไต่แล้วมั้งนั่น! อันย่าอยากจะซัดอีกฝ่ายสักตุ๊บสองตุ๊บ แต่เกรงว่าคนจะโดนซัดเป็นเธอเสียเอง ดั่งนั้นวิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือ วิ่ง!
อันย่าวิ่งไปไม่นานพอจะตั้งหลักได้ เธอพลันต้องก้มหัวลงเมื่อได้ยินเสียงปืน
รูกลมๆของตะกั่วปักอยู่ตรงต้นไม้ ผ่านหัวของเธอไปแบบเส้นยาแดงผ่าหนึ่ง
โอ้ย เจ้าประคุณเอ้ย เกือบตายก่อนจะโดนทำตุ๊กตาแล้วไหมล่ะ
หลังจากสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดชั่วรุ่นของพระเจ้าอันย่าก็วิ่งต่อ เพียงไม่กี่ก้าวเด็กหญิงพลันเห็นแสงรางๆ ถัดจากราวป่า
มันเป็นบ้านคน
อันย่าแทบจะน้ำตาไหล รอดแล้วตรู!
ดูเหมือนว่ามันจะเห็นแบบเดียวกับที่อันย่าเห็นเหมือนกัน อีกฝ่ายจึงเร่งฝีเท้าขึ้นมากจนอันย่าแทบจะหัวใจวายตาย ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันกรีดมีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณขาของมันก่อนจะหนีออกมา(ซึ่งขอบอกตามตรง เธอสะใจมากทีเดียว)
อันย่าเริ่มรู้สึกว่าราวกับคำสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดชั่วรุ่นเริ่มส่งผลเมื่อเธอได้ยินเสียงสุนัขคำราม
เป็นสุนัขฝูงหนึ่งกระโจนออกมาจากบ้านอย่างดุร้าย ร่างเล็กๆนับรวมกันได้เจ็ดตัวพุ่งกระโจนออกมาผ่านทุ่ง ในไม่กี่วินาที ตัวที่ใหญ่ที่สุดก็มาถึงก่อน ความดุร้ายของมันทำให้เธอกลัวก่อนจะโล่งใจ
โอเค อย่างน้อยโดนหมากัดตายก็ดีกว่าถูกดองเอาไปทำตุ๊กตาล่ะวะ
อนิจจา ดูเหมือนเธอไม่ได้สังเกตว่ามันพุ่งเข้ามาหาเธอก่อนที่สุนัขจะพุ่งเข้ามา มือที่แข็งแรงราวกับหนีบเหล็กกระชากผมของอันย่าจนหงายหลังไปด้านหลัง ก่อนจะใช้มืออีกข้างบีบคอไว้ได้แน่น
“ฤทธิ์มากนักนะแก ทำดีๆไม่—" ก่อนที่จะได้ทันสิ่งที่ตั้งใจไว้ สุนัขตัวหนึ่งก็ตะโกนเข้ามากัดมือของมันจนร้องเสียงหลง อันย่าสบโอกาสดิ้นหลุดในขณะที่วิ่งโซซัดโซเซไปอีกด้าน
อันย่าชักรู้สึกว่าตัวเองชอบหมาเข้าแล้วสิ
เสียงเป่าปากดังขึ้นหนึ่งครั้ง อันย่าที่เริ่มเห็นวิสัยทัศน์ของตัวเองเลือนลางทุกขณะก็จิกแขนตัวเองให้ตื่น
เธอบังคับให้ตัวเองเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงปืน— มันไม่ใช่เสียงปืนของไอ้บ้านั่น
เธอเห็นร่างของชายสองคนอยู่ตรงหน้า คนที่ดูเล็กกว่าถือปืนไรเฟิล แสงจันทร์ส่องผ่านลอนผมยุ่งๆของเขา ท่ามกลางมุมมองของเธอตอนนี้ เขาสวยมาก
อันย่าเลื่อนสายตามามองอีกคนหนึ่งที่จ้องเธออยู่ โหนกแก้มสูงและใบหน้านั่นตรงข้ามกับอีกคนโดยสิ้นเชิง และดูดวงตาสีน้ำตาลอมแดงของเขาสิ เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเขาที่ไหนสักแห่ง แต่ก็จำไม่ได้
“สวัสดี สาวน้อย เธอพอจะบอกชื่อตัวเองได้ไหม”
อันย่าหัวเราะแผ่วๆ ฝันร้ายจบลงแล้วสินะ
เธอจึงหลับตา ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินเข้าไป
มาสั้นๆ ก็อารัมภบทอ่ะเนอะ
