Work Text:
-10 ปีก่อน-
เสียงสะอื้นฮักดังอยู่ใกล้ ๆ เด็กน้อยจ้องมองไปยังเพื่อนร่วมคลาสเต้นที่มีอายุมากกว่า ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร น้ำตาไหลจากดวงตาเล็กอาบแก้มกลม แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำเพราะวันนี้เป็นที่เข้าเรียนวันแรก
“ฮึก ฮึก ฟืด ฮือออออ”
“นี่ร้องไห้ทำไมเหรอ” โคตะตัวน้อยจับไหล่ลูบแปะ ๆ
“ก็ ก็ผ้าเช็ดหน้าที่คะ คะ คุณแม่ซื้อให้หายไป หา หาแล้วก็ไม่เจอ” คนอายุมากกว่าเล่าด้วยเสียงสะอื้นเครือ
“ไม่ร้องนะ เดี๋ยวผมช่วยหา” เด็กน้อยพยายามปลอบเพื่อนตัวโต
เด็กน้อยต่างวัยช่วยกันค้นหาผ้าเช็ดหน้าผืนสำคัญกันอีกครั้ง จนพบว่ามันตกอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ผมชื่อโคตะนะ นายชื่ออะไร” เด็กน้อยแนะนำตัว
“ผมชื่อเคนสุเกะ ขอบคุณที่ช่วยหานะ” คนอายุมากกว่ายิ้มตายิบหยีแม้แก้มจะเลอะคราบน้ำตา
นั่นเป็นครั้งแรกที่โคตะเห็นเคนสุเกะร้องไห้
-7 ปีก่อน-
“ฮือออออ หมาตัวนั้นน่าสงสารมากเลย” เคนสุเกะในชุดนักเรียนมัธยมต้นยืนร้องไห้อยู่หน้าโรงหนัง
โคตะไม่ได้พูดอะไรแต่มองเพื่อนขำ ๆ ที่ขนตาเปียกกับหมาที่ตายในหนังที่เพิ่งจะดูด้วยกันไป เขายื่นผ้าเช็ดหน้าในอีกฝ่ายเช็ดน้ำตา
“ขำอะไรเล่า เมื่อกี้นายก็แอบร้องไห้เหอะ”
“เปล่าสักหน่อย!”
ที่จริงแล้วโคตะก็แอบร้องไห้แต่ใครจะให้อีกฝ่ายเห็นละ มันไม่เท่เลยสักนิด
“ไปกินไอติมกันเถอะ เช็ดหน้าเช็ดตาดี ๆ ก่อน” เด็กหนุ่มเอ่ยชวน
คนอายุมากกว่าตาเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้นยิ้มกว่าแล้วเดินนำไปยังร้านไอศกรีมทันที เคนสุเกะก็ยังเป็นเคนสุเกะวันยังค่ำเศร้าได้ไม่นานก็หายแล้ว
-4 ปีก่อน-
"เคนสุเกะร้องไห้ทำไมเนี่ย" โคตะถามอย่างตกใจเมื่อเห็นเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม
"เปล่า" คนอายุมากกว่าพยายามเช็ดน้ำตาออกจากแก้มลวก ๆ
คนอายุน้อยกว่าไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อปล่อยให้คนข้างตัวนั่งร้องไห้เงียบ ๆ ต่อไป ถ้าอีกฝ่ายพร้อมคงจะพูดออกมาเอง จนกระทั่งรถไฟถึงสถานีที่ทั้งคู่ต้องลงเคนสุเกะลุกขึ้นเก็บกระเป๋าก่อนจะลุกขึ้นด้วยท่าทางที่ดูเศร้าซึมอย่างเห็นได้ชัดทุกการกระทำล้วนอยู่ในสายตาของโคตะ ทั้งคู่เดินกลับบ้านด้วยกันจนถึงทางแยกที่จะต้องเข้าบ้านของตนเอง เคนสุเกะโผเข้ากอดโโยที่โคตะไม่ทันตั้งตัว
"นายเป็นอะไรหรือเปล่า"
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายแต่ความอุ่นจากน้ำตาที่บ่ายืนยันได้ดีว่าเรื่องนี้คงทำให้เคนสุเกะเสียใจมาก มือใหญ่ลูบหลังเพื่อปลอบประโลมไม่ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ตัวเขาสูงเท่า ๆ กับคนในอ้อมแขน
"เธอขอเลิกกับฉัน" เสียงพูดอู้อี้เพราะยังซบหน้ากับบ่ากว้าง
"เธอบอกว่าต่อไปฉันก็ต้องย้ายไปโตเกียว ไม่ได้เจอกันเพราะงั้นก็เลิกกันไปดีกว่า"
โคตะได้แต่ลูบหลังปลอบแต่ไม่รู้ทำไมในใจของเขากลับมีความโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอคนนั้นเป็นแฟนคนแรกของเคนสุเกะทั้งคู๋ได้เจอกันน้อยลงหลังจากที่เคนสุเกะต้องแบ่งเวลาไปมาฝึกที่โตเกียวและจะกลับโอซาก้าได้เพียงในช่วงสุดสัปดาห์หรือในเวลาเย็น
"ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวนายก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง" คนอายุน้อยกว่าพูดปลอบออกไป
เคนสุเกะผละตัวออกมาดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก โคตะประคองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยสองมือบีบแก้มนุ่มจนยู่คนตรงหน้าพยายามสะบัดตัวออกจากฝ่ามือใหญ่ที่กลั้นแกล้ง คนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยที่เขาแหย่ไป
"อย่าแกล้งสิ" ดวงตาเรียวมองดุ ๆ เหมือนแมวขู่
"เลิกร้องไห้ได้แล้ว เช็ดหน้าดี ๆ ก่อนเข้าบ้านด้วย" โคตะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย
"ไว้เจอกันพรุ่งนี้ ฉันจะไม่ร้องไห้เพราะเรื่องนี้แล้ว" เคนสุเกะเช็ดคราบน้ำตาให้เกลี้ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้
คนอายุน้อยกว่านึกเอ็นดูยกฝ่ามือยีผมอีกฝ่ายจนยุ่งเหยิง อดไม่ได้ที่จะแกล้งลูกหมามอมแมมตรงหน้าจริง ๆ
"เจอกันพรุ่งนี้"
-2 ปีก่อน-
"Happy birthday to~~ Kensuke!!"
เสียงประสานร้องเพลงวันเกิดดังภายในห้องมืดที่มีเพียงแสงสลัวจากแสงเทียน วันนี้เป็นวันเกิดครบ 20 ปีของเคนสุเกะและในอีกไม่กี่สัปดาห์พวกเขาก็จะได้ทำงานในฐานะศิลปินอย่างเป็นทางการ
"อย่าลืมอธิษฐานก่อนนะ" สึบาสะพูดขึ้นเมื่อยกเค้กมาใกล้หัวหน้าวง
เคนสุเกะหลับตาลงอมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากก่อนจะเป่าเทียนทุกเล่มบนเค้กให้ดับลง ไฟในห้องสว่างขึ้นขึ้นมาแทนที่ทุกคนต่างช่วยกันตัดแบ่งเค้กเว้นเพียงแต่คนที่อายุน้อยเกือบสุดในห้องขยับเข้าไปใกล้เจ้าของวันเกิด
"อธิษฐานว่าอะไร" โคตะถามเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน
"ถ้าบอกมันจะไม่เป็นจริงสิ" คนอายุมากกว่าเบือนหน้าหนีไม่ยอมบอก
"เห้อ ไม่บอกก็ไม่เป็นไรเพราะงั้นก็โดนซะ"
เด็กหนุ่มปาดครีมขาวบนเค้กมาป้ายหน้าคนอายุมากกว่าอย่างรวดเร็ว ก่อนทุกอย่างจะโกลาหลกลายเป็นสงครามเค้กระหว่างคนทั้ง 7 เจ้าของวันเกิดหัวเราะร่าจนไม่สามารถหยุดได้ เขาปาดน้ำตาที่ไหลจากการหัวเราะมากเกินไป ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เพื่อนจากบ้านเกิดเดียวกันที่หัวเราะไม่หยุดเช่นเดียวกัน
"ฮ่า ๆ ๆ ฉันหัวเราะจนน้ำตาไหลจะตายแล้ว" เคนสุเกะพูดกลั้วหัวเราะขณะที่พยายามหยุดไปด้วย
"ฉันยอมบอกนายก็ได้ว่าอธิษฐานว่าอะไร" คนอายุมากกว่าพูดขึ้นก่อนจะเอาใบหน้าเลื่อนเข้าไปใกล้ใบหูโคตะ "ฉันขอให้พวกเรามีความสุขและได้หัวเราะด้วยกันทุกวัน"
ถึงแม้ว่าเคนสุเกะจะดูเหมือนหัวหน้าที่ถูกแกล้งบ่อยครั้งแต่เขาก็เป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดในกลุ่มอยู่ดี นั่นเป็นจุดที่ทำให้โคตะยิ่งชอบคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก
-1 ปีก่อน-
เสียงปิดประตูปึงปังที่ชั้นสามของหอพัก โคตะไม่สนใจอยู่แล้วว่าคนในห้องจะรู้สึกอย่างไรเพราะตัวเขาตอนนี้ก็โกรธเป็นเหมือนกัน จากเรื่องที่ทะเลาะกันเพียงเล็กน้อยกลับกลายเป็นเขาที่หัวเสียเพราะความใจดีไปทั่วของเคนสุเกะจนความอดทนของคนอายุน้อยกว่าหมดลง เขาตระหนักได้ว่าตัวเองหลงรักหัวหน้าวงเข้าให้แล้ว โคตะรู้ดีว่าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปโกรธอะไรอีกฝ่ายได้ ก็เพราะเขาเป็นเพียง'เพื่อน'ของเคนสุเกะเท่านั้นเอง โคตะเดินลงไปยังห้องนั่งเล่นหวังจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะพบว่าวันนี้ทั้งหอพักเหลือเพียงตัวเขาและเคนสุเกะเท่านั้น โคตะนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไม่ได้สนใจว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ความหงุดหงิดในใจลดลงไปจนเกือบจะหายจนกระทั่งเห็นตัวต้นเหตุของความโกรธในวันนี้เดินลงมาจากชั้นบน เคนสุเกะเดินก้มหน้าก้มตารีบจ้ำเท้าออกไปยังประตูหน้าให้ไวที่สุด
"จะออกไปไหน" โคตะก้าวเท้ายาวคว้าแขนอีกคนอย่างรวดเร็ว
คนอายุมากกว่าไม่ได้ตอบกลับแต่พยายามที่จะขืนแขนออกจากการเกาะกุม เสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นเบา ๆ
"จะออกไปทั้งที่ร้องไห้แบบนั้นเหรอ" คนอายุน้อยกว่ายอมปล่อยมือออก
"ปะ เปล่า ไม่ได้ร้องไห้" เสียงสั่นเครือตอบกลับมาคงมีแต่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าเคนสุเกะกำลังกลั้นน้ำตา
"งั้นหันหน้ามาสิ"
ดวงตาเล็กฉ่ำน้ำตาปลายจมูกแดงขึ้นจากการสูดน้ำมูก สภาพดูไม่ได้สุด ๆ แต่ก็ยังจะหนีเขาไปด้วยสภาพนี้ โคตะดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดโดยไม่ทันตั้งตัว
"ปล่อยนะ" เคนสุเกะพยายามดิ้นขลุกขลักออกจากคนสูงกว่า
"ฉันขอโทษที่ทำแบบนั้น"
โคตะพูดขึ้นคนในอ้อมกอดจึงยอมอยู่นิ่งทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงเคนสุเกะยอมให้คนตัวสูงกว่ายืนกอดนิ่ง ๆ นานนับนาที
"นายชอบฉันเหรอ" เคนสุเกะถามขึ้นในความเงียบ
เขาไม่ได้ตกใจที่เคนสุเกะจะรู้เรื่องนี้นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เขาโกรธ อีกฝ่ายรู้อยู่แล้วแต่ยังทำท่าทีแบบนั้นกับคนอื่นไปทั่วก็ไม่สบอารมณ์เขาจริง ๆ นั้นแหละ
"อืม ฉันชอบนาย" โคตะยอมพูดออกไปในที่สุด
"เด็กน้อยจริง ๆ เลย" เคนสุเกะบ่นเบา ๆ
"ใครกันแน่ นายยังร้องไห้ที่ฉันโกรธอยู่เลย" คนตัวสูงยอมผละตัวออกดูคนตรงหน้าชัด ๆ
พอได้สารภาพออกไปแล้วมันทำให้เขาสบายใจมากขึ้นอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปตามแอบโกรธคนเดียวที่เคนสุเกะทำตัวเรี่ยราดใส่ใคร หรือจริง ๆ จะเรียกว่าหึงดีนะ
- ปัจจุบัน -
"อือ อึก เบาหน่อยโคตะ อือ"
พวกเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับได้แต่ต้องยอมรับเลยว่าทำแบบนี้ทำให้ตื่นเต้นเป็นบ้า กางเกงขาสั้นกองอยู่ที่ข้อเท้าของเคนสุเกะวันนี้พวกเขาเพิ่งจะลองชุดใหม่สำหรับใส่ที่ประเทศไทย แน่นอนว่ากางเกงของหัวหน้าวงมันค่อนข้างที่จะล่อแหลมแต่ถูกใจโคตะสุด ๆ สุดท้ายทั้งคู่มาจบที่ห้องน้ำใกล้ห้องซ้อมทั้งที่พวกเพื่อนยังอยู่กันในห้องซ้อมด้วยซ้ำ
"นายจะใส่กางเกงตัวนี้จริง ๆ เหรอ" โคตะถามขณะที่ขยับตัวเข้าออกช่วงล่างโดยไม่ผ่อนแรง
"อืม น่ารักออกไม่ใช่เหรอ" แม้จะโดนกระทำจนหัวสั่นหัวคลอนแต่เคนสุเกะก็ยังตอบกลับได้อย่างร่าเริง
คนที่ซ้อนหลังหยุดลงกระทันหันส่วนที่แข็งขืนถูกคาไว้อย่างมินเหม่ ส่วนหน้าของคนตัวเล็กกว่าถูกกำไว้ในอุ้งมืออุ่นนิ้วเรียวปิดปลายยอดที่เริ่มปริมน้ำใส โคตะตั้งใจแกล้งอีกฝ่ายที่ตอบแบบนั้น แม้จะหยุดเพียงครู่เดียวเคนสุเกะรู้สึกทรมานแทบขาดใจ เหมือนกับได้เห็นสวรรค์ร่ำไรแต่ทุกอย่างก็ดับวูบลง คนอายุมากกว่าหันไปมองน้ำตาคลอเต็มหน่วย
"ขอร้องฉันสิ แล้วจะทำต่อ"
เขาพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าไม่บ่อยนักที่เขาจะแกล้งอีกฝ่ายแบบนี้แต่การที่เคนสุเกะตอบกลับอย่างมั่นใจว่าจะใส่กางเกงขาสั้นตัวนั้นขึ้นเวทีอย่างแน่นอน ทำให้โคตะหมั่นเขี้ยวจนอยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ทำให้ฉันเสร็จได้ไหม ขอร้อ- อืออ"
ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยคคนอายุน้อยกว่าสวนตัวเข้าไปเต็มรัก มือใหญ่ไม่ได้ขยับต่อแต่ยังคงปิดรูเล็กที่ปลายยอดไว้เช่นเดิม
"จะถึงแล้วเคนสุเกะ"
ของเหลวอุ่นถูกส่งไปทั่วช่องทางด้านหลังโดยมีถุงยางรองรับไว้ คนตัวเล็กตัวกระตุกเบา ๆ จากการถึงจุดสุดยอดแต่ไม่ได้มีน้ำปล่อยออกมาจากส่วนหน้า เคนสุเกะได้สัมผัสการเสร็จแห้งเป็นครั้งแรกในชีวิตน้ำตาที่เต็มหน่วยไหลรินด้วยความสุขสม โคตะถอดถอนตัวตนจับอีกฝ่ายหันหน้าเข้ามาหา ปาดน้ำตาลิ้มชิมรสความเค็มปร่ากระจายไปทั่วลิ้น
"เจ้าบ้า ทำอะไรเนี่ย" คนอายุมากกว่าเห็นเช่นนั้นจึงดุเข้าให้
"เห็นร้องไห้บ่อย คิดว่าชอบกินน้ำตาเลยลองชิมดู" โคตะตอบกวน ๆ
"ก็นายเป็นคนทำไง! ไม่ทะเลาะด้วยแล้วรีบ ๆ กลับเข้าไปได้แล้วเดี๋ยวคนสงสัย" เคนสุเกะจัดการตัวเองก่อนจะรีบเก็บของและกลับไปที่ห้องซ้อม
ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไรโคตะก็เป็นคนที่ได้เห็นเคนสุเกะร้องไห้บ่อยที่สุดจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
